เมื่อปีที่แล้ว มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์วีรสตรีท่านหนึ่ง เธอโด่งดังมากในต่างแดน ในฐานะที่เธอช่วยเหลือชีวิตเชลยสงครามโลกไว้เป็นจำนวนมาก แต่น่าแปลกที่ในเมืองไทย น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินเรื่องของเธอ

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 “ด.ญ.ผณี สิริเวชชะพันธ์” อายุได้ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ที่ ร.ร. ราชินี (รุ่นพี่โรงเรียนเราเองงงง) ก็ถูกครอบครัวเรียกกลับมาที่กาญจนบุรีเพื่อหนีสงคราม แต่เปรียบได้กลับหนีเสือปะจระเข้เลยนะ เพราะตอนกลับไปถึงบ้าน เมืองกาญจน์นี่แหละ…หนึ่งในบริบทที่เศร้าที่สุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทย

ที่นั่นทหารญี่ปุ่นเข้าควบคุมทุกพื้นที่ มีการตั้งค่ายเชลยตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างทางรถไฟข้ามไปยึดอินเดียผ่านไทยไปทางพม่า ต้อนเชลยหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งเชลยชาวดัชท์ ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกัน มารวมกันเพื่อการนี้ คนญี่ปุ่นบอกไว้ว่าจะไม่ทำอะไรคนไทยหรอก พวกเราเป็นพันธมิตรกันนี่นา แต่ถ้าคุณเข้ามาขวางเมื่อไหร่ ก็ไม่ปล่อยไว้เหมือนกันนะ (ก็ขู่กันนี่หว่า…)

1_original

ก็อย่างที่เขาว่า “1 ไม้หมอนรถไฟ = 1 ชีวิตเชลยที่เสียไป”

2 แสนกว่าชีวิตถูกพรากไประหว่างการสร้างทางรถไฟสายนี้ ด้วยการร่นระยะเวลาทำงานของญี่ปุ่น จากเส้นทางที่ต้องใช้เวลาตามปกติถึง 5 ปี พวกเขาทรมาณเชลยให้ทำทั้งวันทั้งคืนจนสำเร็จใน 14 เดือน! =[]=! (โหดชิหาย) สภาพเชลยนี่ไม่ต่างอะไรกับโครงกระดูกเดินได้ บางคนก็เป็นคอตีบ บิด อหิวาห์ บ้างก็ออกไปอึ๊แล้วก็ตายจมหลุมส้วมไม่กลับมาอีกเลย

Credit : thesundaytimes

 

ยารักษาโรค ญี่ปุ่นก็แทบไม่ประทานมาให้แพทย์ประจำค่าย ทำงานได้แผลมาก็ค่อยๆ เป็นแผลเปื่อย เนื้อเน่า ตายกันไปตามๆ กัน บางคนป่วยหรือทำงานช้าก็จะถูกยิงทิ้งให้เพื่อนดูเป็นอุทาหรณ์

…ณ จุดนั้น ญี่ปุ่นเกินขอบเขตคำว่า “มนุษยธรรม” ไปมากจริงๆ

แต่มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวของคุณบุญผ่อง พ่อของคุณผณีนี่แหละ เลี้ยงชีพด้วยการทำร้านขายของชำ ซึ่งต้องส่งของเข้าไปที่ค่ายเชลยเป็นประจำ พวกเขาทนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเชลยเหล่านี้ไม่ได้

boon-pong-shop

Credit : greenwritingroom.com

คุณบุญผ่องเลยร่วมมือกับแพทย์เชลยในค่ายชื่อคุณหมอดันล็อป แอบซ่อนยาเข้าไปในเสบียงต่างๆ อย่างมิดชิด (คือยิ่งกว่าหนังสายลับ) ปอกก้านส้มโอเพื่อสอดยาบ้าง ซ่อนไว้ที่ตาข่ายเข่งสานบ้าง ใส่ถุงมัดยางไว้ในแก้วแล้วเทโอเลี้ยงใส่ลงไปบ้าง
โดยให้คุณผณี ลูกสาวตัวน้อยๆ อายุเพียง 14 ปีเป็นนกต่อ ด้วยความเป็นเด็กน่ารัก ทหารญี่ปุ่นจึงเอ็นดูเธอ ไม่ค่อยจะตรวจตราเธอเท่าไหร่นัก และด้วยความฉลาดหัวไว เธอจึงเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้ไวมาก บางครั้งเธอก็หันเหความสนใจทหารญี่ปุ่นด้วยการร้องเพลงญี่ปุ่น เหล่าทหารก็เคลิ้มหยุดฟังด้วยความคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน

1369370497-4011546011-o

Credit : ThaiPBS

ทหารญี่ปุ่นเริ่มคุ้นชินกับเธอ เธอจึงเข้าออกค่ายเชลยเป็นว่าเล่น แต่หารู้ไม่ว่า…รอบตะเข็บผ้าถุงของเธอนี่เต็มไปด้วยยารักษาเชลยทั้งนั้น พวกเขารู้ดีว่า ถ้าทหารญี่ปุ่นจับได้เมื่อไหร่วาระสุดท้ายของพวกเขาจะมาถึงเมื่อนั้น แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะช่วยเหลือเชลยจนวินาทีสุดท้ายของสงคราม เราประทับใจคำหนึ่งตอนสัมภาษณ์คุณผณี เธอบอกว่า ถ้าเธอเดินช้าไปนิดนึง เชลยจะตายไปคนนึงเลย ต้องรีบเดิน เพื่อจะเอายาไปให้เค้าให้ไวที่สุด
หลังสงครามจบ คุณบุญผ่องถูกลอบยิง 1 ครั้ง แต่ก็รอดมาได้ กองพันธ์ประเทศต่างๆ รีบส่งคนมาคุ้มกัน ไม่ให้ฮีโร่ของพวกเขาต้องเป็นอะไรไป เงินมากมายที่ให้เชลยยืมไปใช้ก่อนหลายส่วนก็ไม่ได้คืน ทำเอาบริษัทของเขาเกือบล้มละลาย รัฐบาลฝ่ายสัมพันธมิตรก็วิ่งโร่ช่วยส่งเงินส่งของมาให้เค้าหนุนกิจการ

boon-pong-in-bus-company_2

Credit : greenwritingroom.com

เชลยหลายคนกลับมาเยี่ยมเขาพร้อมครอบครัว ในขณะที่ชาวบ้านยังงงอยู่ว่าทำไมบ้านนี้มีทหารฝรั่งมาเยี่ยมเยียนมากขนาดนี้ คุณผณีเองก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครต่อใครฟังเท่าไหร่ คุณอมรศรีลูกสาวของเธอเล่าว่าเธอยังรู้สึกผิด
เพราะเธอเองก็เป็นเพื่อนกับทหารญี่ปุ่นเหล่านั้น ทุกคนดีกับเธอมาก ในขณะเดียวกันก็ทนเห็นพวกเขาทำสิ่งที่ผิดมนุษยธรรมขนาดนั้นไม่ได้ คงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งอยู่ในใจเธอเหมือนกัน

เรื่องราวสิ้นสุดลงที่คุณบุญผ่องถูกขนานนามให้เป็น “วีรบุรุษสิงโตเงียบ” และเรื่องราวของพวกเขาก็เงียบจริงๆ ไม่ได้ถูกเล่าขานต่อไปในหมู่คนไทยนัก ในขณะที่เรื่องราวของแพทย์ทหารชาวออสเตรเลียที่ร่วมมือกัน ถูกประโคมลงในบทเรียนจนคนออสเตรเลียทุกคนรู้จัก

65064cdb9

ครั้งหนึ่ง กำลังยืนอ่านบันทึกการรักษาของหมอดันล็อปอยู่บนรถไฟฟ้า คนออสเตรเลียคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาคุยด้วยว่า คุณชอบหมอดันล็อปหรอ เขาภูมิใจมาก เพราะหมอเป็นคนออสเตรเลีย ช่วยเชลยไว้เป็นร้อยเป็นพัน ในประเทศเขาทุกคนรู้จักหมดเลยนะ

แต่กลับกัน เขากลับไม่เคยได้ยินเรื่องเพื่อนซี้หมอดันล็อป อย่างบุญผ่องและผณีเลย…

สาเหตุที่อยากเขียนถึงรุ่นพี่ราชินีคนนี้ เพราะคุณผณี ตำนานที่ยังหายใจอยู่คนนี้ เพิ่งจะสิ้นลมหายใจไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เราคิดว่าสิ่งที่เธอเคยทำไว้มันมากเกินกว่าจะเงียบหายไปพร้อมตัวเธอ การส่งต่อเรื่องนี้อาจไม่ได้ทำให้คนรู้จักเธอมากขึ้นมากมาย

แต่เราก็ยังอยากทำความระลึกถึงเธอสักครั้งหนึ่งด้วยการเขียนถึงเธอในห้วงเวลานี้

12552717_10154052654638072_8277692547177502160_n
จริงๆ เรื่องราวโดยละเอียดมันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่านี้มาก
ถ้าใครสนใจอยากรู้เพิ่ม เข้าไปดูในเว็บนี้ได้นะ มันเป็น Interactive Website
ที่เรากับพี่ๆ เพื่อนๆ เขียนขึ้นจากการไปสัมภาษณ์และค้นข้อมูลกันมาปีที่แล้ว

https://www.thetruemeaningofgiving.com/

และสารคดี 5 นาทีตัวนี้ ที่สรุปการให้ในสงครามโลกมาแบบย่อๆ (เริ่มขายของมากไปละ 555)

https://www.youtube.com/watch?v=amHKE3bgaFo

หรือจะดูเวอร์ชั่นละครที่ช่อง ThaiPBS ทำขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
อาจไม่ใช่ละครสายหลักเลยไม่ค่อยมีคนรู้จักกัน
แต่เป็นอีกหนึ่งผลงานละครที่เขียนบทได้ดีมาก และยังหาชมได้ใน Youtube ค่ะ

[embedyt] http://www.youtube.com/embed?listType=playlist&list=PLZ_OoHndZn5wHGc6qRkbvu0a7bS5jrADB&v=TegdpfceS-Q[/embedyt]

หากพบเรื่องราวดีๆ ที่ซ่อนอยู่บนโลกใบนี้อีก จะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ 🙂

Pin It on Pinterest

Share This