ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการยกประเด็นเรื่องปรับเปลี่ยนวิธีการสอบใบขับขี่ขึ้นมาบ่อยครั้ง (แต่อาจยังไม่เท่าระบบการศึกษา อู้ว์…) ได้ยินว่าอีกไม่นานก็กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบอีก ซึ่งคงจะยากขึ้นแน่นอน

ตัวกิ๊กเองค่อนข้างมั่นใจในความช่ำชองในการไปสอบปฏิบัติใบขับขี่ประมาณนึง เพราะกว่าเราจะได้ใบขับขี่มาเชยชม เราใช้เวลากับการสอบข้อเขียนไปถึง 4 ครั้งและสอบปฏิบัติอีก 7 ครั้ง!! ใน 3 สนามที่แตกต่างกัน (หลายคนคงคิดในใจ นังกิ๊ก…แกหยุดความคิดที่จะขับรถเถอะ! =0=!!)

แต่เนื่องจากเป็นนักดนตรีอย่างมือเปอร์คัสชั่น การขับรถขนลูกๆ เครื่องดนตรีของเราได้ด้วยตัวเองเป็นหนึ่งในมิชชั่นที่เราต้องบรรลุให้ได้ !

จากประสบการณ์เหล่านี้ เราเลยอยากลองเขียนรีวิวขึ้นมาเผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่มีแพลนจะสอบใบขับขี่ และเป็นกำลังใจให้คนที่สอบหลายๆ ครั้งอย่างเรา ไม่ถอดใจไปใช้วิธีไม่ถูกต้องกันก่อนนะคะ (เราต้องทำให้ได้ด้วยตัวเองสิ สู้ๆ ฮึบ!)

3 สนามที่เราไปสอบมามีดังนี้

สนามที่ 1 ขนส่งฯ ตลิ่งชัน

ข้อมูลพื้นฐาน

อันนี้เป็นที่แรกที่ไปสอบ เพราะไปเรียนขับรถมา 10 ชั่วโมงแถวบ้าน แล้วคนที่โรงเรียนนัดพาไปสอบพร้อมกัน 4 คน ปรากฎว่าตกทุกคนไม่มีเหลือ และมี 1 คนที่ตัดสินใจใช้วิธีพิเศษในการได้ใบขับขี่ไปเลยตั้งแต่วันแรก (เศร้าเลย)

ตอนเราสอบที่นี่ยังเป็นการสอบข้อเขียนแบบเก่า คือ สอบให้ได้คะแนนมากกว่า 25 เต็ม 30 คือผ่านแล้ว ชิวมาก มีอุปกรณ์เครื่องคอมให้ใช้สอบข้อเขียนแบบไฮเทคเชียว ต่อด้วยการสอบปฏิบัติ เรามาสอบปฏิบัติที่นี่ 2 ครั้ง และใช้รถเช่าตลอด รถเช่าของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็น Honda Jazz มีคันที่เราใช้รอบที่ 2 ศูนย์เบี้ยวไปครึ่งรอบ แต่จะโทษรถอย่างเดียวก็ไม่ได้ กากเองเช่นกัน

 

ท่าที่ 1 เดินหน้า – ถอยหลัง

driving-07

ระดับความยาก 1.5/5

เป็นท่าที่ง่ายที่สุดของทุกที่ จะให้เราขับรถเข้าไปในทางที่เรียงรายด้วยกรวย และถอยหลังออกมาโดยไม่เหยียบหรือชนกรวย ซึ่งที่นี่ก็ง่ายเป็นปกติไม่มีปัญหาอะไร (แต่สอบครั้งแรกๆ ก็เกร็งหน่อย)

 

ท่าที่ 2 เทียบจอด

driving-01

ระดับความยาก 4/5

ความยากของท่านี้คือจะเกิดความลนหลายสิ่ง ต้องเหยียบเส้นให้พอดีห่างจากฟุตปาธ 25 เซน ต้องเลี้ยงเบรกให้รถเคลื่อนที่ตลอดไม่มีหยุด และต้องหยุดให้เหยียบเส้นขาวพอดี แต่หน้ารถต้องไม่เกินเส้นขาวเส้นต่อไป ในใจมันจะแปป เฮ้ย! นี่ต้องดูอะไรก่อนวะเนี่ย

*TRICK* ที่ทุกคนบอกกิ๊กมา คือให้ปรับกระจกข้างลงให้เห็นล้อเพื่อจะได้เช็คว่าล้อทับเส้นหรือยัง

ลองเอาไปใช้กันได้ เอาจริงสอบ 7 ครั้งก็ทำทุกครั้ง แต่กว่าจะผ่านก็… T-T

ส่วนความยากที่ยิ่งขึ้นไปของสนามนี้ก็คือ มือใหม่อย่างเราเล็งยากมากว่าจะหักพวงมาลัยเลี้ยวตรงไหนให้พอดี เพราะจากภาพ เราจะต้องมาหยุดที่ทางสามแยกก่อนที่จะเลี้ยวไปสอบท่านี้ ถ้าจำไม่ผิดถนนด้านหน้าที่ต้องเลี้ยวไปจะมีสองเลน ซึ่งถ้าเราเลี้ยวเร็วหรือช้าไป เราจะไม่เหลือเวลาให้เลี้ยงเข้าไปจอดได้พอดี

สรุปผลการสอบท่านี้ของเรา รอบแรกห่างเป็นเมตร รอบที่สองเสยฟุตปาธเบยจ้า TT^TT

 

ท่าที่ 3 ถอยเข้าซอง

driving-02

ระดับความยาก 3/5

สำหรับที่นี่ เราว่าท่านี้ค่อนข้างง่าย เพราะพื้นที่ถอยหลังเข้าซองเหลือเฟือมาก แค่ 2-3 เกียร์ก็ผ่านได้สบาย 7 เกียร์ที่อนุญาตให้ใช้ได้ก็เหลือเฟือสำหรับสนามนี้

 

สนามที่ 2 ขนส่งฯ หมอชิต

ข้อมูลพื้นฐาน

ช่วงนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการสอบใบขับขี่พอดี ต้องทำข้อเขียนให้ได้มากกว่า 45 เต็ม 50 คะแนนแทน กิ๊กสอบสนามเก่าไม่ทันภายในกำหนดเลยต้องมาสอบใหม่ สาเหตุที่เลือกสนามนี้ เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้ BTS หมอชิต เดินทางสะดวกดี สอบปฏิบัติเสร็จกลับไปทำงานได้เลย

สนามสอบนี้ค่อนข้างใหญ่ สนามสอบอื่นเราจะพอมองความเป็นไปของการสอบได้ว่าคันไหนกำลังทำอะไร แต่สนามนี้กว้างจนไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วๆ

แถมยังไฮเทคกว่าสนามอื่นมาก ก่อนสอบเราจะได้รับเครื่องส่งสัญญาณให้เสียบเข้ากับที่ชาร์จไฟรถเรา ก่อนสอบแต่ละท่าเราจะต้องกดเลขส่งสัญญาณบอกเจ้าหน้าที่จากเครื่องก่อน เมื่อได้รับสัญญาณไฟจากเจ้าหน้าที่ที่คอยดูเราผ่านกล้องวงจรปิด เราจึงจะทำการสอบท่านั้นได้

นอกจากนี้แต่ละด่านยังมีเซนเซอร์คอยตรวจจับว่าเราชนหรือแตะเกินจุดที่เขาจำกัดแล้วหรือยังด้วย เรียกได้ว่าเกร็งโคตรๆ ค่ะงานนี้ แต่ข้อดีคือท่าไหนที่เราไม่ผ่าน เค้าจะมีรูปจากกล้องวงจรปิดให้ดูเป็นหลักฐานด้วยว่าเราสอบตกเพราะอะไร

 

ท่าที่ 1 เดินหน้า – ถอยหลัง

driving-07

ระดับความยาก 1.5/5

ท่านี้ง่ายสุดเหมือนปกติทั่วไป แต่ที่นี่จะมีหลายเลนและมีเซนเซอร์จับด้วยด้านหน้า ทำเอาเสียวๆ อยู่เหมือนกัน

 

ท่าที่ 2 เทียบจอด

driving-03

ระดับความยาก 3.5/5

ในบรรดาที่ไปสอบมาทั้งหมด สำหรับท่านี้ ที่นี่ง่ายสุดอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีเวลาให้เลี้ยงรถนานจากจุดหัวโค้งของสนามไปยังจุดสอบ และไม่ต้องมีการกะการหักเลี้ยวให้พอดีเหมือนที่อื่น แต่ส่วนที่ยากคือ เส้นบอกระยะ 25 ซม. เจือจางมาก! เลยทำให้กะตำแหน่งรถยากไปหน่อย

ตอนกิ๊กสอบก็ชะล่าใจ คิดว่าชิดประมาณนึงแล้ว แถมไม่เห็นตัวเส้น 25 ซม. ด้วย มโนไปเองว่ารถเราน่าจะขับทับไปแล้วมั้ง ปรากฎว่ามาดูผลสอบโคตรห่าง! โอ้ว TT^TT อันนี้ไม่รู้ตอนนี้เค้าทาใหม่ให้มันชัดรึยังนะคะ แต่ทาเถอะพี่ เห็นหลายคนก็เป็นเหมือนเราเหมือนกัน 

 

ท่าที่ 3 ถอยเข้าซอง

driving-04

ระดับความยาก 5/5

ท่านี้ของที่นี่กิ๊กค่อนข้างรับประกันความยากค่ะ! เพราะพื้นที่ในการจอดเข้าซองแคบมากสำหรับคนกะไม่เก่งอย่างเรา ความกว้างของพื้นที่ประมาณค่อนคันรถได้ค่ะ (คือแคบกว่าที่ตลิ่งชันมากกกก) และยังมีเซ็นเซอร์ให้เสียวไส้หน้าหลัง อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ต้องจอดให้ชิดฟุตปาธประมาณ 25 ซม. ด้วย ! ต่างจากที่ตลิ่งชันที่เข้าไปจอดตรงๆ ได้ก็พอ โอ๊ยยยย อันนี้ทำไม่ถึง 7 เกียร์ก็ยอมแพ้แล้วค่ะคุณคะ กลับบ้านพร้อมผลสอบที่แย่กว่าตอนสอบสนามแรกเสียอีก TT^TT

 

สนามที่ 3 ขนส่งฯ นนทบุรี

ข้อมูลพื้นฐาน

สาเหตุที่ย้ายสนามสอบอีกครั้ง เพราะไม่ว่างไปสอบจนหมดอายุ ต้องสอบใหม่หมดอีกแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม?

ไปสอบต่างจังหวัดสิ ง่ายกว่าเยอะเลย

พอคนรู้จักบอกแบบนี้ ไอกิ๊กก็เลยลองไปเสี่ยงดวงสอบต่างจังหวัดมาค่ะ ใกล้ๆ นี่เอง นนทบุรี ปรากฎว่ากว่าจะผ่านสอบไปถึง 4 ครั้ง =0=! ใครบอกว่าต่างจังหวัดง่ายฟระ ที่นี่ยากสุดที่เคยเจอมาเลยค่ะขอบอก! (หรือที่อื่นอาจจะง่าย ดันเลือกผิดที่เองนังนี่!)

หลังจากหายจากการสอบไปนาน ชะล่าใจไปหน่อย รอบแรกเลยทำข้อเขียนพลาดไป 2 คะแนน ต้องมาสอบข้อเขียนอีกรอบ… (เอ๊า สอบแต่ละสนามผลสอบนี่กากขึ้นทุกสนามเลยไหมเนี๊ยะ?) แนะนำให้ซื้อหนังสือเล่มม่วงที่กรมขนส่งขายค่ะ เล่มละประมาณ 100 กว่าบาท อ่านทบทวนประมาณรอบสองรอบก็น่าจะผ่านข้อเขียนได้ไม่ยากค่ะ ที่บ้านซื้อมาเล่มเดียวใช้กันทั้งบ้านจนเยิน (คนใช้บ่อยสุดก็หาใช่ใคร เราเอง) ในที่สุดข้อเขียนรอบสุดท้ายที่สอบก็ได้เต็ม 50 อย่างภาคภูมิใจ (อวดเพื่อ…)

 

ท่าที่ 1 เดินหน้า – ถอยหลัง

driving-07

ระดับความยาก 1.5/5

ท่านี้ก็ง่ายสุดเหมือนเคยค่ะ ไม่ค่อยต่างจากที่อื่นเท่าไหร่นัก

 

ท่าที่ 3 ถอยเข้าซอง

driving-06

ระดับความยาก 5/5

ขอยกท่านี้ขึ้นมาก่อน เพราะที่สนามนี้การสอบท่านี้จะต่อเนื่องกับท่าเทียบจอด จากที่เจอมาสองสนาม ท่าถอยเข้าซองที่นี่ค่อนข้างต่างจากอีก 2 ที่มาก คือจะมีไม้กั้นวางเป็นทางเข้าสู่โซนที่เราจะต้องจอด อย่างแรกคือต้องขับเลยไป แล้วถอยเข้ารูตรงนั้น พยายามให้ชิดด้านซ้ายของรูจะดีที่สุดเพราะมีผลต่อการหักเลี้ยว จากนั้นค่อยหักเข้าอย่างใจเย็น ระวังให้ดีเพราะถ้าตัวรถโดนเสาเหล่านี้ทั้งจากหน้ารถข้างรถหรือท้ายรถก็จะถูกปรับตกทันที สุดท้ายรถทั้งคันต้องเข้าไปจอดในแดนเส้นขาวด้วย

 

ท่าที่ 2 เทียบจอด

ระดับความยาก 5/5

สำหรับท่านี้ กิ๊กว่ามันมีความยากที่ขึ้นอยู่กับดวงอย่างนึง คือถ้าเราได้สอบท่าถอยเข้าซองที่ช่องซ้าย เราจะมีระยะเลี้ยงรถให้ทับเส้นขาวมากขึ้น แต่ถ้าเราซวยได้ช่องขวา เราก็ต้องหามุมหักเลี้ยวให้พอดีเพื่อจะได้เลี้ยงรถไปถึงฝั่งฝันได้ แถมยังไม่มีฟุตบาทให้กะเกณฑ์ มีแต่เส้นขาวขีดให้รู้เส้นแนวบนถนนเท่านั้น ส่วนตัวกิ๊กเองได้ช่องขวาทุกครั้งที่มาสอบ… (โคตรซวย TT^TT) เป็นท่าที่ใช้เวลาสอบบ่อยที่สุดถึง 4 ครั้ง!

หลังจากสอบปฏิบัติทั้ง 7 รอบ ในที่สุดกิ๊กก็ได้ใบขับขี่มาเชยชม!!! ดีใจน้ำตาไหลพราก ในที่สุดก็จะขนเปอร์คัสชั่นไปเล่นไหนต่อไหนได้ด้วยตัวเองแล้วเฮ!!!!

hgjhjf-copy

ขออวดหน่อย อิอิ :3

 

นี่เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงที่ไปสอบใบขับขี่ ตั้งแต่เริ่มสอบครั้งแรกถึงวันที่ได้ก็ผ่านไปประมาณ 2 ปีพอดี ! TT^TT ส่วนตัวรู้สึกว่าแต่ละสนามค่อนข้างต่างกันมากพอสมควร ถ้าเลือกไปสอบในสนามที่ท่าที่เราไม่ถนัดขับง่ายกว่าก็อาจจะช่วยได้ประมาณหนึ่งค่ะ

ด้านจำนวนผู้เข้าสอบ จากที่กิ๊กเจอมา หมอชิตคนเยอะสุดค่ะ รองลงมาก็ตลิ่งชัน และนนทบุรี แต่อันนี้ก็แล้วแต่นะคะ วันที่กิ๊กไปแต่ละที่อาจเอามาวัดไม่ได้กับทุกวันค่ะ ลองหาสนามที่สะดวกกายสบายใจคุณจะดีที่สุดค่ะ

ด้านการให้บริการ ส่วนตัวชอบที่ขนส่งฯ นนทบุรีมากสุดค่ะ ถึงสนามสอบจะยากไปหน่อย แต่บุคลากรให้บริการอย่างเอาใจใส่ดี แต่ละแผนกมีการแก้ปัญหาและให้คำแนะนำกับคนที่มาสอบดีมาก มีบางคนสอบวัดร่างกายไม่ผ่านเพราะตื่นเต้นเกินไป เหลือโอกาสสุดท้าย พนักงานผู้หญิงก็พูดให้กำลังใจดีมากจนทุกคนช่วยกันลุ้นไปด้วยกัน สุดท้ายพี่คนนั้นก็ผ่าน

คุณลุงที่ให้เช่ารถสอบ ก็แนะนำดีมากว่าคันไหนขับง่าย คันไหนขับดี แถมยังช่วยเลือกคันที่เลี้ยงเบรกง่ายให้ด้วย

ส่วนกรรมการคุมสอบสนามขับรถก็น่ารักมาก คุณลุงเป็นคนเสียงเนิบๆ เย็นๆ ไม่มีการพูดกระโชกโฮกฮากใส่คนที่มาสอบ บางครั้งคนสอบไม่ผ่านคุณลุงก็จะพูดเสียงเย็นๆ แซวประมาณว่าเจอกันใหม่นะ กิ๊กเองก็มาสอบหลายรอบจนลุงแกจำหน้าได้ ตอนผ่านนี่ลุงก็ยินดีกะเราด้วยเลย 5555

 

ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญการสอบตก

ไหนๆ ก็สอบตกบ่อยขนาดนี้ มีข้อแนะนำให้เล็กน้อยสำหรับคนที่กำลังคิดจะไปสอบค่ะ

  1. หนังสือเล่มม่วงที่กรมขนส่งขายช่วยเรื่องข้อเขียนได้ค่ะ ข้อที่เลือกตีพิมพ์มาค่อนข้างครอบคลุม
  2. พยายามสอบให้จบใน 90 วันก่อนระยะการสอบจะหมดอีก ไม่งั้นคุณต้องไปสอบข้อเขียนใหม่อีก
  3. ถ้าเลย 90 วันไปแล้ว แนะนำให้สอบสนามเดิมค่ะ อย่าย้ายแบบกิ๊ก เพราะต้องศึกษาสนามใหม่
  4. ถ้าเช่ารถที่สนามสอบ ให้เช็ครถให้ดีก่อนขับ ถ้ารถไม่พร้อม ให้ขอเปลี่ยนเลยดีที่สุด รอคิวนานขึ้นนิดนึงดีกว่ามาสอบเพิ่มอีกวัน

 

สำหรับกิ๊กการสอบให้ผ่านด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการขับรถออกจากบ้านให้มากขึ้น ที่ผ่านมาหลายๆ คนก็บอกเหมือนกันให้ใข้วิธีนั้นไปเถอะ (รู้กันนะ…) จะได้ไม่ลำบากชีวิต แต่ส่วนตัวเองไม่ค่อยอยากจะส่งเสริมวิธีที่ไม่ถูกต้องแบบนี้ เลยพยายามมากขึ้น ตกก็ซ้อม ไม่ผ่านก็ซ้อมแล้วไปสอบใหม่ จนแล้วจนรอดมันก็เป็นไปได้ค่ะ :3

ยังไงก็ตามนี่เป็นเรื่อง+ภาพที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ตรงและความทรงจำของกิ๊กเอง (ที่สนามสอบห้ามถ่ายรูปค่ะ) ซึ่งก็อาจจะมีเลอะๆ เลือนๆ บ้างนะคะ 55555 ไม่ถูกต้อง 100% ถ้าใครมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำเพิ่มเติมที่อัพเดทขึ้นก็บอกมาได้นะคะ กิ๊กจะพยายามแก้ไขและเพิ่มเติมให้ค่ะ ^^

ติดตามเรื่องอื่นๆ ได้เรื่อยๆ ที่ www.foofoo.me
หรือทาง Facebook Fanpage www.facebook.com/kickyfoofoo

Pin It on Pinterest

Share This